• Admin

การล้างรถให้ถูกวิธี !! ด้วยตนเอง ล้างรถใครก็คิดว่าง่ายๆ แต่ที่คุณทำอยู่ถูกวิธีแล้วหรือยัง

การล้างรถยนต์ ด้วยตัวเอง ถือเป็นกิจกรรมที่เหมาะกับเวลาว่างหรือวันหยุด

เป็นกิจกรรมที่ช่วยให้คุณได้ผ่อนคลาย ได้ออกกำลังกาย

ที่สำคัญยังช่วยให้คุณประหยัดค่าใช้จ่ายในการ ล้างรถยนต์

และช่วยให้คุณมีเวลาว่างได้ใส่ใจ ดูแลรถยนต์ ของคุณอย่างเป็นพิเศษอีกด้วย


การล้างรถยนต์ ตามร้านทั่วไป

อุปกรณ์ที่ใช้ในการขัดเช็ดถูอาจจะก่อให้เกิดรอยขีดข่วนหรือรอยขนแมวขึ้นบน

รถยนต์ ที่คุณรักได้ ดังนั้น

หากคุณมีเวลาที่จะล้างรถด้วยตัวเองจะช่วยให้คุณสามารถ ดูแลรักษาผิวรถยนต์

ไม่ให้เกิดรอยได้อย่างดีที่สุด

วันนี้เรามีคำแนะนำ การล้างรถยนต์ ที่ถูกวิธี ควรทำอย่างไรบ้าง ? เรามาล้างรถ

อย่างถูกวิธีกันเลยค่ะ !!


ขั้นตอนการเตรียมพร้อมสำหรับล้างรถยนต์

1. จอดรถในที่ร่ม ไม่ควรล้างรถกลางแดด

จอดรถยนต์ในที่ร่ม และที่สำคัญ ต้องไม่ล้างรถกลางแดด

เพราะจะทำให้ผิวรถยนต์ ร้อนและแห้งเร็ว ซึ่งจะเกิดคราบน้ำบนผิวรถ

ทำให้ล้างทำความสะอาดยากขึ้นและเสียเวลาเพิ่มอีกด้วย ที่

2. เตรียมอุปกรณ์ล้างรถ ให้พร้อม โดยมีอุปกรณ์ที่ต้องใช้ดังนี้

- ถังน้ำ 2 ใบ สำหรับใส่น้ำยาล้างรถและซักผ้าหรือล้างฟองน้ำ

- ฟองน้ำ หรือ ผ้าล้างรถ (ควรมีอย่างน้อย 2 อัน

สำหรับล้างผิวรถยนต์และล้างล้อรถยนต์)

- แปรงพลาสติกขัดสำหรับขัดยางรถ กรณีที่ยางรถยนต์สกปรกมาก

- ผ้าไมโครไฟเบอร์ (ควรมีอย่างน้อย 3 ผืน ) ต้องแยกผ้าแต่ละผืน

ผ้าเช็ดผิวรถไม่ใช้ปนกับผ้าเช็ดล้อรถ

เพราะถ้าใช้ผ้าเช็ดล้อแล้วมาเช็ดผิวรถ

ก็อาจจะเกิดรอยขนแมวที่ผิวรถยนต์ได้

3. เตรียมผสมน้ำยาล้างรถ


ผสมน้ำยาล้างรถกับน้ำเปล่าในปริมาณที่เหมาะสม

และเตรียมถังน้ำเปล่าสำหรับล้างฟองน้ำให้พร้อม


ขั้นตอนการล้างรถอย่างถูกวิธี

1. ฉีดน้ำเพื่อขจัดคราบสกปรก

การฉีดน้ำเพื่อขจัดคราบสกปรก

ช่วยให้ฝุ่นหรือสิ่งสกปรกที่อยู่บนผิวรถยนต์อ่อนตัวลง

โดยฉีดน้ำทั้งคันไล่จากบนหลังคารถ ลงมาด้านข้างของรถ

2. ล้างส่วนล้อรถยนต์ก่อน

ล้อรถมักจะเป็นส่วนที่สกปรกที่สุด จึงควรจะล้างส่วนล้อรถยนต์ให้สะอาดก่อน

เพื่อที่สิ่งสกปรกจากล้อจะได้ไม่กระเด็นไปโดนส่วนผิวรถ

หากล้างล้อรถยนต์เป็นลำดับสุดท้าย ขณะที่กำลังล้างล้อรถยนต์

จะทำให้ผิวรถอาจจะแห้งเอง และจะทำให้เกิดคราบน้ำบนผิวรถได้


3. เริ่มต้นล้างรถ จากบนหลังคารถ ลงมาด้านข้างของรถ

ก่อนจะเริ่มขัดผิวรถ ให้แช่ผ้าหรือฟองน้ำล้างรถในน้ำยาที่ผสมไว้แล้วก่อน

แล้วค่อยนำมาขัดทำความสะอาดผิว ไม่ควรออกแรงขัดมากเกินไป

เพราะจะทำให้รถยนต์เกิดรอยขีดข่วนหรือทำให้สีรถยนต์เสียหายได้

4. ล้างสิ่งสกปรกออกจากฟองน้ำ หรือผ้าที่ใช้ล้างรถบ่อย ๆ

ผ้าล้างรถไมโครไฟเบอร์ เป็นที่นิยมมากกว่าฟองน้ำ เนื่องจากโอกาสที่จะเกิด

รอยขีดข่วน หรือ รอยขนแมวบนผิวรถ มีน้อยกว่า

เพราะฟองน้ำล้างรถอาจจะมีเศษฝุ่นเม็ดทรายเล็ก ๆ

ติดอยู่ตามตามรูพรุนของฟองน้ำได้ ดังนั้นหากใช้ฟองน้ำ

จะต้องล้างทำความสะอาดฟองน้ำบ่อย ๆ

5. หลังจากล้างน้ำยาแต่ละส่วนเสร็จ ให้ฉีดน้ำล้างน้ำยาล้างรถออกให้หมด

ไม่ควรปล่อยให้น้ำยาล้างรถแห้งบนผิวรถ เพราะจะทำให้เกิดคราบน้ำบนผิวรถ

ควรทำแบบนี้ทุกครั้ง เมื่อล้างเสร็จทั้งคันแล้ว ให้ล้างน้ำเปล่าซ้ำอีกครั้ง

6. ควรให้รถเปียกทั้งคันขณะล้างรถ

ขณะที่ล้างควรให้ผิวรถยนต์ทั้งคันเปียกน้ำ เพื่อป้องกันการเกิดคราบน้ำบนผิวรถ


7. ล้างช่วงล่างเป็นลำดับสุดท้าย

ล้างช่วงล่างเป็นลำดับสุดท้าย โดยใช้ฟองน้ำหรือผ้าล้างรถยนต์ แยกกันต่างหาก

ไม่ใช้ปนกัน

8. เช็ดรถให้แห้งด้วย ผ้าไมโครไฟเบอร์

หลังจากล้างรถ ควรเช็ดทุกผิวรถให้แห้ง เพื่อป้องกันการเกิดสนิม

และการเกิดคราบน้ำ

เช็ดผิวโดยไล่จากด้านบนหลังคารถยนต์ลงมาด้านล่างรถยนต์

และเช็ดล้อเป็นลำดับสุดท้าย ขณะเช็ดควรเปลี่ยนผ้าหลายๆผืน

เพราะถ้าแยกผ้าเช็ดหลายผืนโอกาสที่ผิวรถจะเกิดรอยขีดข่วนก็มีน้อย


เพียงเท่านี้ รถคู่ใจของคุณก็จะกลับมาสะอาด น่าใช้งานเหมือนเดิม

แต่ถ้าท่านไหนที่ยังพอมีเวลาก็อาจจะลงแว็กซ์เพิ่มได้นะครับ เพื่อเพิ่มความเงางาม

ฉ่ำเป็นประกายดุจรถใหม่ และปกป้องสีผิวรถยนต์

คันโปรดจากมลภาวะบนท้องถนน


แต่ถ้าอยากได้ การปกป้องสีรถยนต์ ของคุณอย่างเต็มประสิทธิภาพยาวนานนับปี

ก็อาจจะนำรถไป เคลือบแก้ว หรือ เคลือบเซรามิค ก็ได้เช่นเดียวกันค่ะ

3,220 views0 comments