ซื้อรถนำเข้า ต้องเสียภาษีเท่าไหร่??

ใครที่กำลังมองหารถหรู รถนำเข้าต้องรู้

สาเหตุส่วนหนึ่งของรถยนต์นำเข้ามีราคาที่แพงเป็นหลักล้านถึงสิบล้านก็เพราะว่าต้องเสียภาษีนำเข้าค่อนข้างสูงถึงร้อยละ 300 แล้วต้องเสียอะไรยังไงบ้าง วันนี้ทิพย์ ออโต้ มีวิธีการคำนวณภาษีรถนำเข้ามาฝากให้หายข้องใจกันค่ะ


กรมศุลกากรคิดภาษีรถยนต์นำเข้าอย่างไร


จากข้อมูลการจัดเก็บรายได้ของกรมศุลกากรปีงบประมาณ 2563 จัดเก็บได้ 108,523 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ 8,523 ล้านบาทจากที่ตั้งไว้ ซึ่งเป็นผลจากการจัดเก็บรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่สามารถจัดเก็บได้ 12,816 ล้านบาท โดยเฉพาะรถยนต์ยี่ห้อ ปอร์เช่ (Porsche) และเบนท์ลีย์ (Bentley)ที่จัดเก็บได้เพิ่มกว่าปีงบประมาณ 2561 ถึง 102.9 %

โดยกรมศุลกากร หลักเกณฑ์การประเมินภาษีของรถนำเข้าสำเร็จรูปจากต่างประเทศตามสเปกของรถแต่ละคันไว้ชัดเจน ซึ่งมีวิธีการคำนวณอย่างละเอียด ดังนี้

การคิดภาษีรถยนต์นำเข้านั้นจะคิดจากราคา CIF หรือ Cost + Insurance + Freight ซึ่งก็คือ ราคาขายของรถบวกด้วยค่าอากร+ค่าประกันภัย+ค่าขนส่งจากต่างประเทศ มาถึงที่ท่าเรือที่ประเทศไทย ราคา CIF นี้จะถูกกำหนดไว้ในเอกสารการนำเข้าอย่างชัดเจน โดยภาษีที่ต้องจ่ายจะประกอบไปด้วย

• อากรขาเข้า ภาษีแรกที่ผู้นำเข้าต้องจ่าย ณ ท่าเรือก่อนนำรถออกจากท่าเรือเข้ามาในประเทศ ในอัตรา 80% ของราคา CIF ซึ่งเท่ากับ 80 บาท

• ภาษีสรรพสามิต ซึ่งกรมศุลกากรจะเก็บภาษีนี้พร้อมกับอากรขาเข้า ภาษีสรรพสามิตนี้จะถูกเก็บในอัตราต่างกันตั้งแต่ 30-50% ขึ้นอยู่กับความจุกระบอกสูบ หรือขนาดเครื่องยนต์ เช่น รถยนต์ขนาดไม่เกิน 2,000 ซีซี ที่ถูกจัดเก็บในอัตรา 30% ของราคา CIF รวมกับภาษีอากรขาเข้า โดยใช้สูตรการคำนวณการจัดเก็บ ที่เรียกว่า “ฝังใน” คือ = ((100+80)x30%) 1 – (1.1×30%)


• ภาษีมหาดไทย ชื่อภาษีมีที่มาจากภาษีที่เก็บได้นี้ถูกนำไปบริหารประเทศโดยกระทรวงมหาดไทย ซึ่งภาษีมหาดไทยจะคิดที่อัตรา 10% ของภาษีสรรพสามิต เพื่อส่งให้กระทรวงมหาดไทย

• ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 7% ของราคา CIF+อากรขาเข้า+ภาษีสรรพสามิต+ภาษีมหาดไทย


ตัวอย่างการคำนวณภาษีรถนำเข้า เช่น ถ้าราคารถยนต์นำเข้าอยู่ที่ 400,000 บาท

• ราคาที่รวม CIF = 450,000 (ราคา + ค่าประกันภัย + ค่าขนส่ง)

• ภาษีอากรขาเข้า 80% = 360,000

• ภาษีสรรพสามิต = ((450,000 + 360,000 x 50%) )/(1 – (1.1×50%) ) = 900,000

• ภาษีมหาดไทย 10% = 1,800,000 บาท

• ภาษีมูลค่าเพิ่ม VAT 7% =126,000 ดังนั้นราคารถ = 1,926,000 บาท

เท่ากับว่ารถราคา 400,000 บาท ต้องเสียภาษีนำเข้า จำนวน 1,926,000 บาทกันเลยทีเดียว


สำหรับรถนำเข้าขวัญใจคนไทยและขวัญใจศุลกากรได้แก่


รถยนต์นำเข้าขวัญใจคนไทยที่สุดของปี 2021

Ferrari F430

เป็นรถยนต์ซุปเปอร์คาร์สัญชาติอิตาลีเป็นรุ่นที่ต่อยอดมาจากเฟอร์รารี่ 360 มีทั้งหมด 6 รุ่น ด้วยกัน ได้แก่ F430 Spider, F430 Challenge, 430 Scuderia, Scuderia Spider 16M, F430 Spider Bio Fuel และ SP มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน V8 ขนาด 4,308 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 465 นิวตัน-เมตร ที่ 8,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 47.4 กก.-ม. ที่ 5,250 รอบ/นาที หรือ 114 แรงม้า/ลิตร เกียร์แบบธรรมดาแบบ 6 จังหวะ ควบคุมการทำงานการเปลี่ยนเกียร์ และคลัทซ์ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมทั้งให้อัตราการเร่งที่ 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงโดยใช้เวลาเพียง 4 วินาที และให้ความเร็วสูงสุดที่ 315 กิโลเมตร/ชั่วโมง

สนนราคาเริ่มต้นป้ายแดงอยู่ที่ 27 ล้านบาท


Lamborghini Aventador

เป็นอีกหนึ่งรถยนต์นำเข้าที่เป็นที่นิยมของคนไทย ด้วยรูปทรงที่เป็นเอกลักษณ์แบนราบ และโฉบเฉี่ยว พร้อมโลโก้กระทิงแบบดุดัน มาพร้อมกับภายในที่ตกแต่ง หรูหราสไตล์สปอร์ต ให้อารมณ์คล้ายกับนั่งอยู่ในรถแข่ง พร้อมกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย และสิ่งอำนวยความสะดวกแบบครบครัน มาพร้อมกับขุมพลังเครื่องยนต์ขนาด 6.5 ลิตร แบบ V12 ให้พละกำลังสูงสุดที่ 740 แรงม้า ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ ISR แบบ 7 จังหวะ

สนนราคาเริ่มต้นที่ 38.7 ล้านบาท


BMW Z4 Roadster

รถยนต์ส่วนบุคคลระดับพรีเมียม ทั้งรูปลักษณ์ และเทคโนโลยีที่ทันสมัย พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกแบบครบครัน ดีไซน์ภายนอกสปอร์ตหรูหรา มีให้ 2 แบบ คือ ในรุ่น Z4 sDrive30i M Sport เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ4 สูบ 2.0 ลิตร รหัส B48B20B ให้พละกำลังสูงสุด 254 แรงม้าที่ 5,000-6,500 รอบ/นาที แรงบิด 400 นิวตันเมตรที่ 1,550-4,400 รอบ/นาที เร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ใน 5.4 วินาที และรุ่น Z4 M40i มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบ 3.0 ลิตร รหัส B58B30C ที่ส่งพลังถึง 387 แรงม้าที่ 5,000-6,500 รอบ/นาที แรงบิด 500 นิวตันเมตรที่ 1,600-4,500 รอบ/นาที ลงสู่ล้อหลัง เร่งความเร็ว 0-100 ได้ภายใน 4.5 วินาที ทั้ง 2 ขนาดจับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด Sport Steptronic

สนนราคาเริ่มต้น 3,969,000 บาท

3 views0 comments