รู้ก่อนทำสีรถยนต์ใหม่ เลือกให้ดีจะได้ไม่เจ็บ (ใจ)


รถยนต์จะสวยได้นอกจากการดีไซน์รูปลักษณ์ภายนอก และลายละเอียดต่างๆแล้ว อีกอย่างที่ช่วยเสริมให้รถยนต์คันโปรดของคุณโดดเด่นยิ่งขึ้นนั้นก็คือสีตัวถังรถยนต์ที่มีความสดใส เงางาม วิปวับ แน่นอนสีรถยนต์เดิมๆที่ออกจากโรงงานผลิตมานั้นมันดีที่สุดอยู่แล้ว แต่ถ้าเราเกิดประสบอุบัติเหตุทำให้เราต้อง ทำสีรถยนต์ คันโปรดใหม่ เราจะเลือกสีประเภทไหนเพื่อที่จะได้สีที่สดใส วิปวับ ให้ใกล้เคียงออกจากโรงงานมากที่สุด ไปดูความหมายและคุณสมบัติของคำเหล่านี้กันเลยดีกว่า


โดยทั่วไปการทำสีรถ จะแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ แบบ 1K , แบบ 2K และแบบ OEM ดังนี้


1. 1K หรือ สี 1 Komponent จะประกอบด้วยตัวสีเพียงอย่างเดียว แต่หากนำมาใช้ จะผสมกับตัวทำละลาย (ทินเนอร์) ก่อนเพื่อความสะดวกในการพ่นสี หลังพ่นแล้วตัวทำลายจะระเหยออกไปเหลือแต่ตัวสีที่แห้งแล้ว ซึ่งตัวสี 1K มีทั้งแบบสีแห้งเร็วและแห้งช้า ขึ้นอยู่กับชนิดของสี 1K ได้แก่

1.1 สี 1K ซินเทติกอีนาเมล หรือสีน้ำมัน เป็นสี 1K แบบแห้งตัวช้า โดยจะทำปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศแล้วสีค่อยๆ แห้งไป

1.2 สี 1K ไนโตรเซลลูโลส เป็นสี 1K แบบแห้งตัวเร็ว โดยตัวทำละลาย (ทินเดอร์) จะระเหยตัวทำให้สีแห้งเร็ว

1.3 สี 1K อะคริลิค เป็นสี 1K แบบแห้งตัวเร็ว โดยตัวทำละลาย (ทินเดอร์) จะระเหยตัวทำให้สีแห้งเร็ว

2. 2K หรือ สี 2 Komponent จะเป็นระบบแบบสีแห้งช้า และมีแตกต่างจากสีแบบ 1K ตรงที่มีองค์ประกอบที่ 2 คือ สารเร่งปฎิกริยา ไม่ว่าจะเป็น Hard หรือ Activator ซึ่งจำเป็นต้องผสมทั้ง 2 องค์ประกอบอย่างสมส่วนและลงตัว และสี 2K ยังได้รับความนิยมมากที่สุดสำหรับการพ่นสีรถใหม่ เพราะ มีความทนทานต่อสภาพแวดล้อม และให้คุณสมบัติเทียบเคียงกับสี OEM ที่มีจากโรงงานมากที่สุด


3. สี OEM หรือที่เขาเรียกว่า สีอบ คือสีที่ใช้ในโรงงานประกอบรถยนต์ สีชนิดนี้จะแห้งตัวโดยการการอบที่อุณหภูมิสูงประมาณ 120-160 องศาเซลเซียส จึงเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าสีอบ สี OEM เป็นสีที่มีคุณภาพดีมาก โดยมีคุณสมบัติดังนี้

• มีความแข็งแรงของชั้นฟิล์มสีสูง

• มีความทนทานต่อตัวทำละลายเช่นทินเนอร์ หรือน้ำมันเบนซินและดีเซลได้ดีมาก

• ทนทานต่อสารเคมีต่างๆ เช่น น้ำมันเบรก ได้ดี

• ทนทานต่อแสงแดดได้ดี จึงไม่ซีดจางง่าย

• มีความคงทนสูงและคงสภาพเดิมได้นานมาก

• มีความเงาในเนื้อสีที่ดี

อีกอย่างที่ควรรู้ไว้ คือในการซ่อมสีหรือเปลี่ยนสี ไม่ว่าจะทำที่อู่สีหรือที่ศูนย์บริการมาตรฐานจะใช้สีอยู่เพียงแค่ 2 ประเภทนี้เท่านั้นคือ 1K หรือ 2K ไม่สามารถใช้สีประเภทเดียวกับที่โรงงานประกอบรถยนต์ใช้ได้ เพราะด้วยเรื่องของขั้นตอนการอบสีที่ไม่ว่าอู่หรือศูนย์บริการมาตรฐาน ก็ไม่สามารถอบสีที่อุณหภูมิสูงเท่าโรงงานผลิตรถยนต์ได้ที่อุณหภูมิสูงถึง 120-160 องศาเซลเซียส เพราะฉะนั้นการทำสีรถยนต์ใหม่คุณจะได้เพียงแค่เทียบ หรือใกล้เคียงกับเท่าโรงงานเท่านั้น ไม่เหมือนสีเดิมจากโรงงานแน่นอน

เลือกอู่ หรือศูนย์บริการ ที่มีมาตรฐาน


นอกจากระบบสีที่ใช้แล้วนี้ยังมีปัจจัยอื่นๆอีกเช่น ยี่ห้อสี, เกรดสีโป้ว, สีรองพื้น, ความละเอียดและฝีมือของช่าง ซึ่งเพื่อนๆควรศึกษาข้อมูลของอู่ หรือศูนย์บริการนั้นๆให้ดีก่อนตัดสินใจ ทั้งขนาดของอู่ อุปกรณ์มีครบหรือไม่ มีห้องอบหรือเปล่า มีห้องผสมสีหรือไม่ ใช้สียี่ห้ออะไร ประเภทไหน สถานที่เก็บรถเป็นระเบียบหรือเปล่า สุดท้ายเช็คดูรีวิวของทางร้านว่าฝีมือเป็นอย่างไร และเข้าไปพูดคุยก่อนนำรถเข้าไปทำ เรื่องราคาค่าทำอาจไม่ใช่คำตอบสุดท้าย อู่สีบางที่ค่าทำราคาแพงแต่ผลงานแย่ๆ ก็มีหลายเจ้า เลือกให้ดีจะได้ไม่เสียใจภายหลังค่ะ

21 views0 comments