ทิพย์ ออโต้ เทคนิค สาขา กาญจนาภิเษก

1659 ทางพิเศษกาญจนาภิเษก แขวง บางแคเหนือ เขต บางแค กรุงเทพมหานคร 10160

ทิพย์ ออโต้ เทคนิค สาขา พระราม 2

1 3,5,7 พระรามที่ 2 แขวง บางมด เขต จอมทอง กรุงเทพมหานคร 10150

วีซัพพลาย (2014) พุทธมณฑลสาย 4

170 หมู่7 ถนน พุทธมณฑลสาย 4 ตำบลกระทุ่มล้ม อำเภอ สามพราน นครปฐม 73220

สามารถติดต่อได้ที่:

ฟิล์มรถยนต์ : 086-816-6444

ฟิล์มอาคาร  : 084-656-4111

  • Facebook
  • Twitter
  • YouTube
  • Instagram

ฝากข้อมูลติดต่อ:

  • Admin

เคลือบแก้ว vs เคลือบสีรถ ต่างกันอย่างไร

หลายท่านที่ซื้อรถยนต์ใหม่หรืออยากทำให้รถยนต์คันเก่าของคุณกลับมามีสีสดใสเงาฉ่ำเหมือนใหม่

ซึ่งเป็นเรื่อง่ายมากในการดูแลรักษาสีรถยนต์ของคุณให้เงาฉ่ำไปนานๆ

เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยิน เคลือบแก้ว แล้วมันคืออะไรละ มันต่างจากการเคลือบสีรถธรรมดาตรงไหน เคลือบแก้วแล้วดีไหม วันนี้ tip autoรวบรวมข้อมูลมาฝากกันค่ะ เคลือบแก้วคืออะไร ?


เคลือบแก้ว (Glass Coating) คือ

การเคลือบชั้นผิวของสีรถเปรียบเสมือนกระจกใสที่มีคุณสมบัติแข็งและสามารถ

เพิ่มความหนาของพื้นผิวสีตัวถังรถยนต์บนชั้นClear Lacquer

จะมีระดับความหนาของชั้นเคลือบที่แตกต่างกัน มีตั้งแต่ระดับ 1-9 H

โดยสารที่ใช้ในการทำเคลือบแก้วมักมีส่วนผสมของสาร Silica หรือ

Polysilazane โดยเคลือบแก้วในท้องตลาดนั้นมีหลายระดับ หลายราคา

หลายคุณภาพ สารที่ใช้ผสมที่แตกต่างกัน ตั้งชื่อต่างกันแล้วแต่แบรนด์ เช่น

เคลือบ เซรา มิ ก เคลือบโซลิด เคลือบ one-shot


เคลือบสีรถคืออะไร ?

การเคลือบสีรถยนต์ คือ การขัดแว็กซ์หรือลงน้ำยาพิเศษเคลือบสีรถเรียกได้ว่า

เป็นเกราะป้องกันแรกที่จะปกป้องรถยนต์ของเราให้ห่างไกลจากสิ่งสกปรก

นอกเหนือจากนี้ยังทำให้น้ำไม่เกาะผิวรถ ปกป้องสีรถยนต์ของเราจากความร้อน

สามารถลบรอยเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เกิดขึ้นได้ ที่สำคัญที่สุด

ทำให้รถยนต์ของเราเหมือนใหม่ ดูสดใสมีชีวิตชีวาตลอดเวลา

แต่มีระยะเวลาค่อนข้างสั้น เช่น เคลือบเเว็กซ์ แบบครีม มีระยะเวลาใช้งานแค่ 3-4

วัน เคลือบเเว็กซ์ แบบน้ำอยู่ได้ 3-4 อาทิตย์


เคลือบแก้ว ต่างจากการเคลือบสีรถธรรมดาอย่างไร??

อธิบายให้เข้าใจง่าย คือ การเคลือบสีผิวรถระยะสั้นกับระยะยาว

การเคลือบสีรถปกติเปรียบเสมือนการเคลือบสีระยะ สั้นมีอายุการใช้งานมากสุดไม่เกิน 1 เดือน

และการเคลือบแก้วเปรียบเสมือนการเคลือบสีระยะยาว ตั้งแต่ 1-5 ปี ตามน้ำยา

โดยการเคลือบสีทั้ง 2 แบบนั้น จะช่วยดูแลสีรถ

และทำให้รถดูเงางานเหมือนกันแต่สิ่งที่แตกต่างคือ เคลือบแก้ว ( glass coating )

จะได้เรื่องความทนทานของชั้นผิวที่เคลือบมากกว่า

มีคุณสมบัติการลื่นต่อน้ำยาวนานกว่า ส่งผลให้การเกิดคราบ รอยขนแมว

รอยขีดข่วน มีโอกาสเกิดน้อยกว่า และอีกส่วนจะเป็นเรื่องความเงางามที่สูงกว่าเนื่องจากชั้น silica

ที่เปรียบเสมือนชั้นกระจกทำให้สีดูเงาสดใสคงทนมากกว่า และแน่นอนว่าเคลือบแก้ว ราคา สูงกว่าเคลือบสีธรรมดา เนื่องจากมีกรรมวิธีและประโยชน์ในการปกป้องสีรถมากว่า

เคลือบสีรถธรรมดานั่นเอง