top of page
  • Writer's pictureAdmin

เปิดข้อดี-ข้อเสีย รถยนต์ไฟฟ้า


ตั้งแต่โลกของเราเกิดปัญหาโลกร้อน และหลายประเทศต้องเผชิญกับวิกฤต PM2.5 รวมทั้งปัญหาทางสิ่งแวดล้อมต่างๆ ดูเหมือนว่าผู้คนจะหันมาตื่นตัวและมีกระเเสของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมากขึ้น และด้วยราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ทำให้รถยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle หรือ EV) นั้นเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สามารมช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้


วันนี้ทิพย์ ออโต้ จะมาเปิดข้อดี ข้อเสีย รถยนต์ไฟฟ้า ว่ามีอะไรกันบ้าง เผื่อเป็นตัวช่วยให้หลายท่านที่กำลังจะตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้ากันค่ะ


ข้อดีของรถยนต์ไฟฟ้า

1. ประหยัดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง นอกจากจะประหยัดค่าน้ำมันแล้ว ยังประหยัดค่าใช้จ่ายในการดูแลอีกด้วย เพราะรถยนต์ไฟฟ้ามีกลไกในการขับเคลื่อนไม่มากเท่ารถที่ใช้เชื้อเพลิงน้ำมัน จึงทำให้ไม่ต้องคอยบำรุงรักษา หรือเปลี่ยนถ่ายน้ำมัน อย่างไรก็ตามระบบรถยนต์ไฟฟ้ามีชิ้นส่วนอื่นๆที่เพิ่มเติมเข้ามาเช่น มอเตอร์ inverter ระบบควบคุมไฟฟ้าหลัก สายไฟ และ แบตเตอรี่ ฯลฯ ดังนั้นค่าบำรุงรักษาอุปกรณ์เหล่านี้อาจจะเพิ่มขึ้นได้

2. เงียบและเร็ว เนื่องจากกลไกในการขับเคลื่อนไม่ต้องใช้การจุดระเบิดเพื่อเผาไหม้ จึงทำให้ไม่มีเสียงเวลาขับ แถมยังออกตัวได้ไวอีกด้วย

3. เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รถยนต์ไฟฟ้านั้นจะทำงานด้วยการใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ ทำให้ไม่มีการปล่อยไอเสียหรือก๊าซเรือนกระจกออกมาและไม่สร้างมลพิษ ต่างจากรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ในการขับเคลื่อน ซึ่งการสันดาบภายในเครื่องยนต์ก่อให้เกิดมลพิษขึ้น

4. ประหยัดค่าน้ำมัน ไม่ต้องขับรถไปเติมน้ำมัน เพราะสามารถชาร์จไฟได้เองที่บ้าน


ข้อเสียของรถยนต์ไฟฟ้า

1. ราคาสูง รถยนต์ไฟฟ้ามีราคาค่อนข้างแพง เนื่องจากกระบวนการผลิตจนถึงการวางจำหน่ายจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีที่มีราคาสูง ทำให้ตัวรถมีราคาสูงตามไปด้วย ส่งผลให้จำนวนผู้ซื้อน้อยตามไปด้วย จึงเป็นไปตามกลไกการตลาดที่เมื่อความต้องการจากผู้ใช้น้อย การผลิตจึงน้อยตาม ทำให้ราคาของรถยนต์ EV สูงไปด้วย อีกทั้งยังมีตัวเลือกไม่มาก เพราะยังเป็นยานพาหนะที่ใหม่อยู่ จึงมีค่ายรถยนต์เพียงไม่กี่ค่ายเท่านั้นที่ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า EV ออกสู่ตลาด รวมถึงมีเพียงไม่กี่รุ่นเท่านั้นต่อค่ายรถแต่ละค่าย

2. ระยะการขับ ความจุของตัวแบตเตอรี่ไฟฟ้านั้นสามารถพาให้รถวิ่งไปได้ในระยะทางจำกัดซึ่งจะขึ้นอยู่กับประเภทของแบตเตอรี่ที่ใช้ การชาร์จแต่ละครั้ง รถยนต์ไฟฟ้าสามารถวิ่งไว้ประมาณ 160-200 กิโลเมตร ซึ่งไม่เหมาะสำหรับการขับรถระยะไกล และคุณอาจจะต้องเสียเวลาคำนวณระยะทางเพื่อไม่ให้ไฟหมดระหว่างทาง

3. จุดชาร์จไฟ ที่อาจจะยังไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่ และใช้เวลาในการชาร์จ ซึ่งสถานีชาร์จด่วนก็ใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง และได้เพียงแค่ 80% ทำให้ต้องวางแผนการเรื่องการชาร์จไฟในการเดินทางระยะไกล

4. ยังต้องศึกษาเรื่องการบำรุงรักษา เพราะรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยยังถือว่าเป็นเทคโนโลยีที่ใหม่มาก อาจจะต้องใช้เวลาอีกสักพักเพื่อที่บุคคลากรทางสายยานยนต์จะเริ่มเรียนรู้เรื่องการบำรุงรักษาระบบต่างๆ และ การควบคุมค่าใช้จ่ายๆต่างๆ ในการบำรุงรักษา


ทางด้านรัฐบาลไทยเองก็สนับสนุนเรื่องการใช้รถยนต์ไฟฟ้าเช่นกัน โดยมีมติเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2562 ให้ลดภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้าจากเดิม 8% เหลือ 2% และสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุนจาก BOI จะได้ปรับลดภาษีสรรพสามิตจาก 2% เหลือ 0% ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 จนถึง 31 ธันวาคม 2565 เราก็หวังว่าการสนับสนุนนี้จะทำให้มีตัวเลือกรถยนต์ไฟฟ้ามาให้คนไทยได้เลือกซื้อกันมากขึ้น ในราคาที่เป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น

808 views0 comments

Comentarios


bottom of page